วันนี้...กบได้รับเมลฉบับนึง จากพี่โป้ง
ก้อคงหนีไม่พ้นเรื่องปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น
แต่พี่โป้งไม่ได้เขียนเพื่อโจมตี หรือว่า ปกป้องน้องชาย
ส่งที่เขียนขึ้นมา เพื่อขอบคุณทุกๆกำลังใจที่มีให้ฮันท์
กบอ่านแล้วซึ้งง่า..(แบบไม่คิดว่าจะเขียนมาได้ 55)
" พี่โป้ง..กบขอเอาลงบลอคนะคะ "
" ยินดีค่ะ "PS* ข้อความทั้งหมดอยู่ข้างล่าง ไม่มีการ ตัดต่อ แต่งเติม แต่อย่างใด
----------------------------------------------
สวัสดีครับ
เรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามานั้น ผมไม่ขอพูดถึงในข้อนี้ ผมอยากให้เป็นเหมือนบทเรียน ประสบการณ์
บททดสอบที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา
ผมเชื่อว่า เวลาจะมีบทสรุปในตัวของมันเองอยู่แล้ว
ข้อความที่ผมเขียนขึ้นมานี้ ผมอยากจะเล่า อีกมุมหนึ่งในฐานะพี่ชายของฮั้นท์ น้องชายของผม
ด้วยความที่ผมมีน้องชายอยู่คนเดียว จึงทำให้ผมเฝ้าดูเข้ามาตั้งแต่เด็กๆ
คอยดูแล ส่งเสริมให้น้องคนนี้ โตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี
ผมเป็นแค่เล็กๆส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีสังคมอีกหลายๆสังคมที่คอยสอน ให้เขารับรู้เรื่องต่างๆ บนโลกนี้มากขึ้น รวมถึงสังคมอันอบอุ่นใน Internet แห่งนี้
ใครจะไปคิดครับว่า จากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว Internet ยังมีราคาแพงอยู่
สองพี่น้องได้แต่เล่นแค่ BBS กับ modem 14.4k (ช้าสุดๆ ไม่รู้ตอนนั้นเล่นกันไปได้ไง)
มาจนถึงทุกวันนี้เราได้ chat หรือพูดคุยผ่านโลกใบนี้ โลกที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า
มันจะทำให้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างในชีวิตเปลี่ยนไปรวมถึงน้องผมด้วย
สังคมแห่งนี้ให้อะไรบ้าง?
เป็นคำถามที่ผู้ใหญ่ หลายๆคนที่ไม่เคยใช้งาน internet ถามผมอยู่บ่อยๆ
เพราะบางครั้ง อาจจะได้ยินข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับ internet มาจากสื่อต่างๆ
และทุกครั้งผมก็ตอบกลับไปเช่นเคย "ไม่มีอะไรมีแค่ด้านเดียว"
เช่นกัน Intenet ก็มีสองด้านครับ ทั้งดีและไม่ดี
ปัญหาคือ ผมก็ต้องสอนให้น้องรู้จักทั้งสองด้าน และสอนให้เขาคิดเลือกในด้านที่ดีไว้
พูดเหมือนจะง่าย แต่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่า จะรู้จักโลกใบนี้ดีพอ
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ได้สะสมเวลาที่ผ่านมาอย่างมีค่า
ได้รู้จักกับ เพื่อนๆ ดีๆ ที่คอยให้กำลังใจเขา
ได้รู้จักกับ พี่ๆ ที่คอยแนะนำเขาในสิ่งต่างๆที่ ผมไม่สามารถที่จะ สอนเขาได้
อาจจะทำให้ผมน้อยใจบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งที่ผมได้เห็นน้องผมโตขึ้นอย่างมั่นคง
หลายครั้ง... มีสุขก็ต้องมีทุกกันบ้าง ใน Internet ก็เช่นกัน
เราไม่มีทางที่จะเจอทางเดินที่สวยหรู ได้ตลอดเวลา
บางครั้งเราอาจจะต้องเดินตกลงไปในบ่อน้ำบ้างก็ได้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน
เป็นเวลาที่แสนเจ็บปวดสำหรับพี่ชายคนนี้ และเจ็บปวดยิ่งกว่า ในหัวอกคนเป็นพ่อ แม่
ที่พวกเรา ดูน้องเจ็บปวดโดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก
กำลังใจของเรานั้น เป็นแค่ยาที่คอยสมานแผลภายนอกเท่านั้น
แต่แผลในจิตใจที่เกิดขึ้นนั้น เป็นแผลที่ยากที่จะหายาใดๆ มารักษาได้
ผมเฝ้าคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ผมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้องเป็นแบบนี้ และช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย
เหมือนเวลาหยุดนิ่งไว้ทำให้ผมเจ็บปวดกับเวลาที่ไม่ยอมผ่านไปสักที
แต่ในเวลาที่เจ็บปวด นั้น ผมได้เห็นสิ่ง ปาฏิหาริย์ เกิดขึ้นในเวลาที่หยุดนิ่งนั้น
ผมตั้งใจเฝ้าดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น "กำลังใจ" มาจากหลายๆ คนที่อยู่ในโลกใบนี้
กำลังใจที่เหมือนสายฝนตกลงมาในกลางทะเลทราย ในหัวใจที่เจ็บช้ำ
และกำลังใจที่เป็นยารักษาแผล ในจิตใจ ที่ผมเองก็ยังไม่สามารถหาทาง รักษาได้
เป็นเหมือน ปาฏิหาริย์ จริงๆ ครับ
จิตใจดวงน้อยๆ ของเด็กคนหนึ่งที่กำลังเศร้ากับแผลที่เกิดขึ้นทั้งๆ ที่ไม่ได้ก่อ
ได้กลับมามีกำลังใจอีกครั้ง และเวลาที่เคยหยุดนิ่งนั้นก็กลับเดินต่อไปอีกครั้ง
แต่เดินต่อไปด้วย กำลังใจ ที่เหมือนมีทุกๆคนอยู่กับเขาตลอดเวลา..
ผมเองคงจะไม่สามารถบรรยายความรู้สึกนี้ออกมาเป็นตัวอักษรได้
แต่ผมขอแทนวันเวลาเหล่านั้นด้วย "หยดน้ำตา" แห่งความรู้สึกดีใจ
ที่ได้เห็นเวลาเหล่านั้นผ่านเข้ามาในชีวิต ผมเป็นคนที่โชคดีมากที่ได้เห็นเวลาแบบนั้น
เพราะ คนบางคน เกิดมาทั้งชีวิต อาจจะไม่ได้เห็นเลยสักครั้ง
ผมขอเรียก ช่วงเวลานี้ว่า "เวลาแห่ง ปาฏิหาริย์"
ท้ายนี้ที่จะขาดไปไม่ได้.... ผมขอบคุณมากสำหรับเพื่อนๆพี่ๆ
ที่ให้ทั้งคำปรึกษา กำลังใจ และหลายๆอย่าง ให้เราได้เดินต่อไป
ถ้าวันเวลานี้ไม่มีพวก คุณทุกๆ คน ปาฏิหาริย์ จะไม่มีวันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ขอบคุณครับ

